" ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน "

ช่วงวิกฤติแบบนี้ ได้งานอะไรก็ทำ ๆ มันไปเถอะไม่ผิดครับ ที่จะคิดแบบนี้

เพราะถ้าคุณทำงานสอน Soft Skill มา 1-2 ปีถึงจุดหนึ่ง ถ้าลูกค้าอยากได้ Soft Skill ไหนผมเชื่อว่าคุณสอนได้หมดครับ

แต่ผมอยากให้คุณพิจารณาดูดี ๆ ก่อน…

คุณสอนได้หมดก็จริง

แต่สอนได้ดีทุกคอร์สที่เสนอไปรึเปล่า?


จากประสบการณ์ผม

ผมไม่เคยเห็นใครสอนได้ดีหมดทุก Soft Skill นะ


นั่นเพราะถ้าคุณไม่เลือกงานมันแปลว่า "มีอะไรก็ต้องทำ"

และเมื่อคุณทำมันทุกอย่างคุณจะไม่เชี่ยวชาญซักอย่างครับ

คุณจะขาดโฟกัสหรือพูดอีกอย่างคือคุณจะ "จับฉ่าย" !

แล้วจุดนั้น ลูกค้าจะรู้สึกว่ามัน "ไม่คุ้ม" ที่จะจ่ายอีกต่อไป

เพราะลูกค้าไม่ได้ต้องการคนที่ "รู้ทุกเรื่อง" แต่ "ไม่ลึกซักเรื่อง"

เค้าต้องการ Expert ที่รู้เรื่องนั้นลึกจริง ๆ


เรื่องนี้ผมคอนเฟิร์มจากการได้คุยกับ HR มาหลายที่

ทุกคนพูดตรงกันดังนั้น ต้องเปลี่ยน Mindset ใหม่นะครับ


วิกฤติแบบนี้แทนที่จะคิดว่า "มีงานอะไรก็รับ ๆ ไว้ก่อน"

คุณยิ่งต้อง "เลือกงานมาก ๆ" ต่างหาก

คุณต้องเป็น Specialist ครับ โฟกัสเฉพาะสิ่งที่คุณถนัด และลงลึกกับมัน

แล้วคุณจะยิ่งได้ราคาที่สูงมาก

เพราะช่วงเวลาที่เป็นเงินเป็นทองแบบนี้

ลูกค้าต้องการมืออาชีพที่มาแก้ปัญหาให้เค้าได้ทันเวลา

มันไม่สามารถพลาดได้ครับ

คำถามต่อมาคือ

ถ้าสิ่งที่ลูกค้าต้องการแก้ปัญหา ไม่ใช่ความถนัดของเรา จะทำยังไง?


คำตอบคือ ให้แนะนำหรือ Refer ไปถึงเพื่อนอีกคนหนึ่งที่เก่งในด้านนั้น ๆ แทน

จุดนี้ ถ้าคุณสงสัยว่า "แล้วเราจะได้อะไร"ลองมองแบบนี้นะครับ


สมมติ มีวิทยากรอยู่ 5 คน

ผมแบ่งเป็น 2 โมเดล

โมเดล A

ทั้ง 5 คนทำ Soft Skill ได้หมดทุกเรื่องเหมือนกันหมดเลย

เวลารับงาน ทุกคนก็แข่งกันเอง

โมเดล B

แต่ละคนโฟกัสเฉพาะเรื่องที่ตัวเองถนัดที่สุด

และลงลึกมาก ๆ ในแบบที่สร้างคุณค่าได้และไม่ทับซ้อนกับเพื่อน

เรื่องอื่นที่ไม่ถนัด จะไม่รับ

แล้วใน 5 คนนี้ Refer งานกันไปกันมา


คุณคิดว่าลูกค้าจะได้คุณค่าจากโมเดลไหนมากกว่ากัน?

ระหว่าง "เป็ดที่แข่งกันเอง" หรือ "ทีม Avengers"

ซึ่งเป็นยอดมนุษย์ที่ถนัดคนละด้านใน 5 มิติ


แบบไหนมันดูจริงใจและมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน?

ท่าที่ผมเคยเจอ ลูกค้าจะชอบแบบ B มากกว่าครับ

เพราะไม่ใช่อาจารย์คนเดียวสอนทุกวิชา

แต่เป็นทีมที่ทุกคนเข้าใจกันอย่างลึกซึ้งและสามารถร่วมกัน

Co-create, Design, Solution

และ Customize ให้เหมาะกับโจทย์ลูกค้าได้

แอบบอก insight นิดลูกค้าองค์กรหลายรายที่ผมเคยเจอเงิน Training วันละ 100,000-150,000 เค้าจ่ายได้สบายครับแต่สิ่งที่เค้าต้องการ คือ วิทยากรที่ไม่จับฉ่ายเหมือนที่อื่น

ถ้าอยากได้งานดี ๆ แบบนี้คุณต้อง Customize ให้เหมาะสำหรับคนของเค้า

ในแบบที่ Ready-to-use ด้วยเช่น

มี script หรือ tools ต่าง ๆ ที่พร้อมใช้ได้ทันทีและตอบโจทย์จริง


วิธีแบบนี้ ถ้าเป็นวิทยากรสายเป็ดที่แข่งกันเอง

เละแน่ครับ ทำไม่ไหว


แต่ถ้าจับมือกันเป็น Avengers ที่แต่ละคนเก่งคนละแบบ

ทำตัวเองให้รู้ลึก โฟกัสซักเรื่องให้เชี่ยวชาญ

แล้วหาเพื่อนที่เก่งคนละด้าน ร่วมทีมกัน

แบบนี้เวิร์คแน่นอนครับ

ถ้าอยากได้งานดี ๆ แบบนี้คุณต้อง Customize ให้เหมาะสำหรับคนของเค้า

ในแบบที่ Ready-to-use ด้วยเช่น

มี script หรือ tools ต่าง ๆ ที่พร้อมใช้ได้ทันทีและตอบโจทย์จริง


วิธีแบบนี้ ถ้าเป็นวิทยากรสายเป็ดที่แข่งกันเอง

เละแน่ครับ ทำไม่ไหว


แต่ถ้าจับมือกันเป็น Avengers ที่แต่ละคนเก่งคนละแบบ

ทำตัวเองให้รู้ลึก โฟกัสซักเรื่องให้เชี่ยวชาญ

แล้วหาเพื่อนที่เก่งคนละด้าน ร่วมทีมกัน

แบบนี้เวิร์คแน่นอนครับ

ฝากไว้นะครับยิ่งวิกฤติ ยิ่งต้องเลือกงานอย่าจับฉ่ายโฟกัสซักทางให้เจ๋งไปเลย

ทำให้ดีจนเกินความคาดหวังของลูกค้าแล้วนอกจากคุณจะได้งานจ้างซ้ำคุณ

อาจได้งานบอกต่อได้ไม่ยากเลยครับ

© COPYRIGHT 2021, ALL RIGHTS RESERVED